บทคัดย่อ

บทคัดย่อ

โครงการพัฒนากลไกการเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหารของผู้บริโภคเป็น โครงการความร่วมมือของ ๓ ภาคี คือระหว่างเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคใน ๘ จังหวัด (กรุงเทพฯ สมุทรสงคราม ขอนแก่น มหาสารคาม เชียงใหม่ พะเยา สงขลา และสตูล) โดยมีมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเป็นผู้ประสานงานกลางกับเครือข่ายห้องปฏิบัติการ ทางอาหารในระดับภูมิภาค (ม.เชียงใหม่ ม.ขอนแก่น และ ม.สงขลานครินทร์) ที่มีสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นผู้ประสานงานกลาง และ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ อุบลราชธานี ทำหน้าที่พัฒนาและดูแลระบบฐานข้อมูลการเฝ้าระวังความไม่ปลอดภัยทางอาหาร ดำเนินงานภายใต้วัตถุประสงค์หลักสามประการ คือ (๑) เพื่อพัฒนากลไกการเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหารโดยผู้บริโภค (๒) เพื่อคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจากปัญหาความไม่ปลอดภัยด้านอาหาร และ (๓) เพื่อพัฒนาเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคในการเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหาร

การพัฒนากลไกการเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหารของผู้บริโภค ได้มีการดำเนินการ           จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหารในระดับจังหวัดขึ้นใน ๘ จังหวัด จาก ๔ ภูมิภาค โดยมีสมาชิกเครือข่ายที่ตื่นตัวและทำการเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหาร ประมาณ ๕๐๐ คน ในกรุงเทพฯ จังหวัดสมุทรสงคราม ขอนแก่น มหาสารคาม เชียงใหม่ พะเยา สงขลา และจังหวัดสตูล โดยศูนย์เฝ้าระวังทั้ง ๘ จังหวัดได้พัฒนาร่วมกันเป็นกลไกการเฝ้าระวังระดับประเทศ  จัดกิจกรรมสำคัญ (ก) การสนับสนุนข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ความปลอดภัยด้านอาหารให้แก่พื้นที่ ดำเนินงานทุก ๒ สัปดาห์  (ข) การฝึกอบรมด้านกฎหมาย เทคนิคการรับเรื่องร้องเรียนด้านอาหาร และการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน นอกจากนั้นยังได้รับการสนับสนุนจากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์อุบลราชธานี พัฒนาระบบฐานข้อมูลและเว็บไซท์ สำหรับการรายงานและเผยแพร่ข้อมูลปัญหาความไม่ปลอดภัยด้านอาหาร www.tumdee.org/food/ เชื่อมโยงกับเว็บไซท์มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค www.consumerthai.org เพื่อสามารถเข้าถึงได้มากขึ้นและง่ายแก่การนำข้อมูลไปใช้ และได้ดำเนินการพัฒนาศักยภาพในการใช้ฐานข้อมูลและการรายงานข้อมูลความไม่ ปลอดภัยด้านอาหารแก่เจ้าหน้าที่ของพื้นที่ดำเนินงานทั้ง ๘ จังหวัด ข้อมูล  อีกทั้งยังได้ดำเนินการรายงานและเผยแพร่ข้อมูลผลการเฝ้าระวังความปลอดภัย ด้านอาหารให้แก่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุ สื่อโทรทัศน์ หรือสื่อความรู้แบบอื่น ๆ เพื่อให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจแก่ผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าที่มี มาตรฐาน มีคุณภาพ และปลอดภัย

ศูนย์เฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหารในระดับจังหวัด ได้ดำเนินการเชิงรุกโดยการสุ่มตรวจสินค้าอาหารที่จำหน่ายในแต่ละจังหวัด ๑)สินค้าที่สุ่มตรวจในทุกจังหวัดเป็นกลุ่มอาหารที่กำหนดร่วมกันและเป็นปัญหา สำคัญของผู้บริโภค ๒) กลุ่มอาหารท้องถิ่นที่เก็บตัวอย่างตามปัญหาอาหารของแต่ละจังหวัด ๓) กลุ่มอาหารที่เป็นปัญหาตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น (current issue) และ ๔) กลุ่มอาหารร้องเรียนที่เก็บตัวอย่างตามการร้องเรียนที่ได้รับจากผู้บริโภค ผลการทดสอบอาหารที่สุ่มตรวจ พบว่า อย่างน้อย ๑ ใน ๓ ของอาหารที่สุ่มตัวอย่าง มีการปนเปื้อนเกินมาตรฐานไม่ว่าจะเป็นด้านจุลินทรีย์ หรือเคมี

นอกจากนี้ศูนย์เฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหารในระดับจังหวัด ทำหน้าที่เป็นหน่วยรับเรื่องร้องเรียนในระดับจังหวัด โดยทั้ง ๘ จังหวัด ได้รับกรณีร้องเรียนจากผู้บริโภคทั้งหมดจำนวน ๔๙ กรณี โดยได้ดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาความเสียหายให้แก่ผู้บริโภคสำเร็จมากถึง ๔๔ กรณี คิดเป็นร้อยละ ๘๙.๗ ของจำนวนเรื่องร้องเรียนทั้งหมด

กลไกการเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหารโดยผู้บริโภคที่เกิดขึ้น ยังได้ร่วมกันพัฒนานโยบายสำคัญเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคด้านความ ปลอดภัยของอาหาร และได้ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมสมัชชาผู้บริโภค ที่มีผู้บริโภคเข้าร่วมไม่น้อยกว่า ๕๐๐ คน เผยแพร่ให้กับสาธารณชน เพื่อผลักดันให้หน่วยงานรัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการควบคุม กำกับดูแล และส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัยด้านอาหารในทุกระดับ

ถึงแม้โครงการนี้จะเป็นการทดลองพัฒนากลไกการคุ้มครองผู้บริโภคด้านอาหาร ใน ๘ จังหวัด และมีความจำกัดด้านความรู้เชิงวิชาการขององค์กรผู้บริโภคในการเผยแพร่ข้อมูล เรื่องนี้ต่อสาธารณะ แต่โครงการได้ขยายผลเพิ่มเติมในการพัฒนาความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการ อาหารและยา(อย.) โดยมีคณะทำงานในการใช้ประโยชน์จากผลข้อมูลการเฝ้าระวังอาหารร่วมกัน และการพัฒนาความร่วมมือเรื่องอาหารปลอดภัย ในอนาคต ซึ่งหน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานท้องถิ่นควรจะมีการสนับสนุนระบบการพัฒนาการเฝ้า ระวังความปลอดภัยด้านอาหาร และการรณรงค์เรื่องอาหารปลอดภัยโดยผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เพื่อความมั่นคงและความปลอดภัยด้านอาหารของประชาชนคนไทยทุกคน

Print Friendly
Copyright © 2011 นสธ.-นโยบายสาธารณะ · All rights reserved · Designed by Theme Junkie
Powered by WordPress